สปอยล์ต้นจนจบ เฉลยและบทสรุป Get Out (2017) หนังที่ซ่อนไปด้วยข้อความมากมาย  Get Out (2017) on IMDb

• ผู้กำกับ: Jordan Peele • นักแสดง: Allison Williams, Lakeith Stanfield, Catherine Keener • เรื่องย่อ: เรื่องราวของชายหนุ่มชาวแอฟริกัน-อเมริกันอย่างคริส ที่วางแผนเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของโรส ในเมืองห่างไกลที่บรรดาคนผิวสีต่างพากันหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้เขาเริ่มค้นพบความจริงอันน่ากลัวเกี่ยวกับชาวเมืองและพ่อแม่ของโรสที่ทำต่อคนผิวสี แต่กว่าเขาจะรู้ตัว ก็ได้กลายเป็นเหยื่อของคนเหล่านั้นไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวเริ่มจากคริสต์หนุ่มผิวสีที่มีแฟนผิวขาวอย่าง โรส… ที่ตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อแม่ของโรสที่เมืองเล็กๆอันห่างไกลแห่งหนึ่ง… แน่นอนว่า สิ่งที่คริสต์เป็นกังวลใจคือกลัวว่าครอบครัวโรสจะไม่ยอมรับที่เขาเป็นคนผิวสี แต่โรสก็แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ของเธอไม่ใช่พวกเหยียดสีผิว

ระหว่างทางพวกเขาก็เจอกวางกระโดดตัดหน้า คริสต์เดินไปดูกวางด้วยความสงสาร…  และพวกเขาก็แจ้งตำรวจ ตำรวจก็มาขอใบขับขี่คริสต์ แต่โรสปฏิเสธและเถียงตำรวจจนเขายอมจากไป…

เมื่อทั้งสองมาถึงบ้านพ่อแม่ของโรส พวกเขาก็ต้อนรับคริสต์เป็นอย่างดี…พ่อโรสเล่าให้ฟังว่าแม่โรสเป็นจิตแพทย์ สะกดจิตรักษาคน… พวกเขาเดินไปพบจอร์เจียน่าและวอลเตอร์ พ่อโรสบอกว่า จ้างทั้งสองมาดูแลปู่ย่าตอนแก่ แต่พอปู่ย่าตายไป “ก็ทำใจยอมปล่อยพวกเขาไปไม่ได้” (ก็เลยจ้างต่อ)

พ่อแม่โรสพยายามโน้มน้ามเขาให้เลิกบุหรี่ด้วยการสะกดจิต ซึ่งคริสต์ก็ปฏิเสธ จนกระทั่งจอร์เจียร์น่ามาเสิร์ฟน้ำชาให้คริสต์ และเธอก็มีอาการเหม่อลอย และกระตุก จนทำน้ำชาหก แม่จึงบอกให้จอร์เจียน่าไปนอนพักผ่อน… และบอกคริสต์ว่าพรุ่งนี้จะมีปาร์ตี้ ปาร์ตี้สังสรรค์รวมกลุ่มเพื่อนๆ ปีละครั้งเพื่อปูู่โรส

ตกดึก ขณะทุกคนนอนหลับ คริสต์ก็ตื่นกลางดึกเพราะยุงกัด เขาจึงออกไปเดินเล่นข้างนอก และขณะกำลังจะสูบบุหรี่ จู่ๆ วอลเตอร์ คนสวนก็วิ่งตรงมาทางเขาอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าตึงเครียดมุ่งมั่น… แล้วก็วิ่งเลี้ยวต่อหน้าคริสต์… คริสต์หันจะกลับเข้าบ้านก็เห็น จอร์จิน่า ยืนจ้องมองบางอย่างอยู่ริมหน้าต่างอย่างหลอน… แต่กลายเป็นว่าเธอแค่มองเงาตัวเองที่สะท้อนในหน้าต่าง… เธอเสยผม ลูบหน้า และยิ้มอย่างหลงไหลในรูปร่างตัวเอง… คริสต์ได้แต่ งง แต่นั้นยังแปลกไม่พอ เมื่อขณะที่เขาเดินเข้าบ้านในความมืดนั้น อยู่ๆ ไฟห้องที่เขาเดินผ่านก็เปิด… ปรากฏว่า แม่โรสนั่งดักรอเขาที่ห้องรักษาคนไข้เธอ (นั่งดักรอท่ามกลางความมืด – -“)

แม่โรสชวนคริสต์ให้มานั่งคุยกันซักพัก คริสต์ก็ยอมไปนั่ง… เธอชวนให้คริสต์ลองการสะกดจิตอีกครั้งด้วยเหตุผลเรื่องการสูบบุหรี่เช่นเคย ซึ่งคริสต์ก็ไม่ได้ตอบตกลง… แม่โรสเริ่มชวนคริสต์คุยไปเรื่อยเปื่อย ในขณะที่ใช้ช้อนคนน้ำชาในถ้วยเป็นจังหวะไป..

จนเริ่มบทสนทนาเรื่องการตายของแม่ คริสต์ และนั่นก็เป็นการเริ่มเข้าสู่กระบวนการสะกดจิตโดยที่คริสต์ไม่รู้ตัว (จุดอ่อนของตริสต์ เรื่องแม่ตาย) คริสต์ตอบทุกคำถามที่แม่โรสถาม และมันก็ดึงเขาสู่เหตุการณ์นั้นจริงๆ คือสถาณการณ์ตอนที่แม่เขาถูกรถชนตาย…

ซึ่งตอนนั้นเขานั่งดูทีวีอยู่ในห้องๆหนึ่ง ขณะที่ฝนตก… แต่วันนั้นแม่ไม่กลับบ้าน จากที่ปกติควรจะกลับมาบ้านหลังจากเลิกงานแล้ว… คริสต์ได้แต่รอด้วยความกลัว กลัวจนไม่กล้าทำอะไรเลย กลัวที่จะแจ้งตำรวจ เพราะกลัวว่าถ้าแจ้งแล้ว สิ่งที่เขาคิดจะเป็นจริงขึ้นมา(เขากลัวว่าแม่เขาจะไม่มีวันกลับมา)… เขาได้แต่นั่งจ้องทีวี กดดันและขูดเสาเตียงจนเป็นรอย และปรากฏว่าปัจจุบันคริสต์ก็กำลังขูดเก้าอี้นวมในชีวิตจริงด้วย…

แม่โรสถามเขาว่าเขารู้สึกอะไร เขาบอกว่า “ขยับไม่ได้”…”ใช่แล้ว เหมือนเป็นอัมพาตนั่นแหละ”

แม่โรสออกคำสั่งต่อว่า “ทีนี้, จมลงไปซะ” คริสต์ตอบ “เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ”

แม่โรสออกคำสั่งอีกครั้งว่า “จมลง” พร้อมกับใช้ช้อนเคาะถ้วยชา 2 ครั้ง

แล้วคริสต์ตอนเด็กที่นั่งดูทีวีในห้องก็จมลงสู่ความมืด จิตเขาตอนนี้อยู่ในที่ๆเรียกว่า “Sunken place”

มันเป็นที่ๆมืดมิด ลึกลงไป… เขาเห็นทุกอย่างผ่านดวงตาเขา แต่ขยับร่างกายไม่ได้…

คริสต์ตื่นเช้าขึ้นมาบนเตียงข้างๆโรส เขาเล่าให้โรสฟังว่าเมื่อคืนถูกแม่สะกดจิต โรสก็เอาแต่ขอโทษตามเคย… และในที่สุดเหล่าเพื่อนๆพ่อแม่ รุ่นปู่ย่าก็มาปาร์ตี้ที่บ้านโรสพอดี ซึ่งก็มีแต่พวกสูงอายุรวยๆ.. วอลเตอร์ก็ทำหน้าที่ไปต้อนรับกอดแขกอย่างสนิทสนม… ทุกอย่างดูผิดปกติ พวกเขาที่เข้ามาคุยกับคริสต์ต่างผิดปกติ… ทั้งป้าที่เข้ามาจับแขนคริสต์และถามกับโรสเกี่ยวกับคริสต์ และทุกคนที่มาคุยกับคริสต์และโรสต่างแสดงความชื่นชอบคริสต์และคนผิวสีมาก จนน่าขนลุก…

และที่แปลกกว่านั้นคือ ชายผิวสีคนหนึ่งชื่อ แอนเดร อยู่ในงาน (พร้อมกับภรรยาผิวขาวที่แก่เท่าแม่) เมื่อคริสต์เข้าไปทัก เขากลับดูแปลกๆ เหมือนไม่เป็นมิตรและไม่เป็นตัวของตัวเอง… คริสต์ถึงขั้นที่ถ่ายรูปกะจะส่งให้เพื่อนดู ขำๆ ว่าหมอนี่แต่งตัวตลก แถมทำตัวไม่เหมือนคนผิวสีแม้แต่น้อย… แต่เมื่อเขาถ่ายรูปเท่านั้นล่ะ แฟลชจากกล้องก็ทำให้แอนเดรมีอาการเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาโกรธและเศร้า ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง พร้อมตะโกนบอกคริสต์หลายครั้งว่าให้เขา “ออกไป!!” “ออกไปจากที่นี่!!” จนเจอเรมี่ต้องมาจับตัวแอนเดรไว้…

แอรเดรกลับมาพร้อมกับพ่อแม่โรส มาขอโทษคริสต์และทุกคน โดยอธิบายว่าแฟลชกล้องทำให้เขาเกิดอาการชัก เพราะเขาป่วยบางอย่าง… พ่อโรสชวนทุกคนไปเล่นบิงโก แต่โรสชวนคริสต์ออกไปเดินเล่นในป่า… ทันใดที่แยกออกมา คริสต์ก็โวยวายบอกับโรสว่า เห็นกันชัดๆ ว่านั่นมันไม่ใช่อาการชัก… โรสก็เห็นด้วย… คริสต์รู้สึกว่าทุกอย่างที่นี่มันแปลกมากเกินไป เขาจึงบอกโรสว่าเขาจะไปจากที่นี่คืนนี้… ระหว่างนั้นคริสต์เปิดใจเล่าเรื่องที่แม่เขาตายให้ฟัง และบอกว่า เขาไม่มีวันคิดทิ้งแม่เป็นอันขาด แต่เขารู้สึกผิดที่ไม่ยอมทำอะไรเลย… สุดท้ายโรสบอกเขาว่า จะกลับด้วยคืนนี้…

เมื่อโรสและคริสต์แยกออกไปแล้ว ทุกคนก็ไปเล่นบิงโก ดูแรกๆก็เหมือนพวกเขาเล่นเกมส์เกี่ยวกับคริสต์ แต่เซอไพรส์! ปรากฏว่ามันเป็นการประมูล “ตัวคริสต์” และคนที่ชนะก็คือ จิมมี่ ศิลปินตาบอด…

เมื่อไปถึงบ้าน แขกก็กลับแล้ว ครอบครัวโรสก็ยิ้มต้อนรับคริสต์แบบแปลกๆ คริสต์รีบเดินขึ้นไปบนห้องและส่งรูปแอนเดรให้เพื่อนดูว่าแอนเดรแต่งตัวตลกชิบหาย…  เพื่อนก็โทรกลับมาบอกว่า นั่นมันคนเดียวกันที่หายสาบสูญเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว คริสต์กะเพื่อนก็โวยวายทางโทรศัพท์กันใหญ่ เพื่อนก็บอกให้เขารีบออกมาจากที่นั้นซะ… เสียงโรสกำลังมา คริสต์จึงปิดสายไป… โรสมาบอกคริสต์ว่า เธอจะไปเก็บของ คริสต์ก็บอกจะเก็บของเช่นกัน…

คริสต์เก็บของเสร็จก็เหลือบไปเห็นตู้เสื้อผ้าที่เปิดไว้… เขาไปดูก็เจอเซอไพรส์ใหญ่ มันคือกล่องแดงใส่รูปโรสกับแฟนเก่าคนผิวสีหลายคน รวมทั้งรูปวอลเตอร์และจอร์เจียน่าด้วย คริสต์ช็อค… โรสเข้ามาพอดี เขาจึงบอกให้โรสหากุญแจ เพราะจะเอาของไปไว้ในรถเดี๋ยวนี้ โรสก็ค้นหากุญแจในกระเป๋า และก็หาไม่เจอซักที… คริสต์จึงบอกไม่เป็นไร จะเดินรอไปข้างล่าง…

แต่พอลงไปแล้วกลับจ๊ะเอ๋กับครอบครัวที่ดักรอ เจอเรมี่ยืนกันประตูแกว่งกีต้าเล่น แม่โรสทำเนียนถามจะรีบไปไหน ขณะที่โรสตามมาและยังทำเนียนดิ้นรนหากุญแจไม่เจอ คริสต์เริ่มกลัวและตะโกนไส่โรส จนเธอพูดขึ้นว่า “เธอรู้ไช่มั้ยคริสต์ ว่าฉันให้กุญแจเธอไม่ได้” และโชว์ว่ากุญแจอยู่ในมือเธอตลอดเวลา… เจอเรมี่เริ่มใช้กีต้าฟาดไปที่คริสต์ คริสต์พยายามต่อสู้ และสุดท้ายก็ถูกสะกดจิตให้จ่มดิ่งลงไปอีกครั้ง… ทุกคนลากคริสต์ไปชั้นใต้ดิน

คริสต์ตื่นมา ก็พบว่าถูกมัดมือเท้าบนเก้าอี้ในห้องหนึ่ง ที่มีจอทีวีอยู่ข้างหน้าเขา… ภาพฉายเป็นปู่โรสตอนมีชีวิต ที่อธิบายถึงกลุ่ม “Order of the Coagula” ซึ่งก็คือครอบครัวของโรสนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว สมาชิกในกลุ่มนอกจากครอบครัวก็มีเพื่อนๆของปู่โรส เหล่าผู้สูงคนรวยที่มางานเลี้ยงนั่นเอง…

มันเป็นกลุ่มเกี่ยวกับการปลูกถ่ายสมองจากอีกคนไปสู่อีกคน เพื่อมีชีวิตต่อไป อะไรแบบนั้น

โดยมีสามขั้นตอนคือ 1. สะกดจิตเหยื่อ 2. เปิดทีวีอธิบายรายละเอียดให้ฟัง 3. การผ่าตัดปลูกถ่ายสมอง

ซึ่งหลังจากปู่โรสอธิบายเสร็จแล้ว ภาพก็ฉายเป็นรูปถ้วยน้ำชาเคาะอีก แล้วคริสต์ก็จมลงไปในความมืดอีกครั้ง

คริสต์ตื่นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองข่วนเก้าอี้นวมอย่างไม่รู้ตัว จนฝ้ายข้างในหลุดออกมาก (คล้ายสำลี)… เขาก้มลงไปมองไกล้ๆ และคิดอะไรบางอย่างได้… และทีวีก็เปิดขึ้นอีกครั้งเป็น จิมมี่ ผู้ที่ชนะการประมูลได้ร่างกายคริสต์ อธิบายถึงการที่เขาอยากได้ตาและร่างกายของคริสต์… เขาจะกลายเป็นคริสต์ ขณะที่จิตใจคริสต์ถูกขังไว้ใน “sunken place” คริสต์ถามว่าแล้วทำไมต้องเลือกแต่คนผิวสี จิมมี่ก็ตอบว่าเพราะคนผิวสีดีกว่าทางด้านกายภาพ ทั้งแข็งแรงกว่า เร็วกว่า และทันสมัยกว่า… พออธิบายเสร็จ ถ้วยน้ำชาก็ปรากฏในจอ แล้วคริสต์ก็วูบไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาแกล้งวูบ เพราะคริสต์เอาสำลีอุดหูไว้ ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงเคาะถ้วยน้ำชา…

ขณะที่พ่อโรสทำการผ่าตัดกระโหลกจิมมี่ ในห้องผ่าตัดอีกห้อง… ก็สั่งเจอเรมี่ให้ไปเอาตัวคริสต์มา.. เจอเรมี่แก้มัดมือเท้าคริสต์แล้วก็หันหลังเตรียมสายน้ำเกลือ… คริสต์โผล่มาข้างหลังและใช้ลูกบอลแข็งทุบหัวเจอเรมี่สองทีจนสลบ…

พ่อโรสไม่เห็นเจอเรมี่มาซักทีก็เดินไปดูห้องคริสต์ ปรากฏว่าเจอคริสต์ดักอยู่ และใช้หัวกวางตัวผู้ที่แขวนโชว์บนผนังเสียบคอพ่อโรสจนตาย… คริสต์เดินขึ้นมาบนบ้านอย่างไม่กลัวอะไร … จนมาเจอกับแม่โรส ทั้งสองจ้องกันสักครู่ และก็มองไปที่ถ้วยน้ำชาที่วางอยู่โต๊ะตรงกลางระหว่างสองคน แม่โรสรีบคว้าถ้วยน้ำชา แต่คริสต์ปัดตกแตกก่อน… และคริสต์ก็ฆ่าแม่โรสอีกรายด้วยมีด ที่แม่โรสใช้แทงคริสต์

คริสต์หยิบกุญแจรถและรีบลงไปข้างล่างก็โดนเจอเรมี่โผล่มางัดคอเขาจากข้างหลัง ทั้งสองต่อสู้กันสักพัก และคริสต์ก็จัดการเจอเรมีไปอีกราย… ขณะที่บ้านกำลังไฟไหม้ คริสต์ก็รีบขับรถออกมา… โรสที่กำลังนั่งฟังเพลงเลือกเหยื่อรายใหม่ในอินเตอร์เน็ตอยู่บนบ้านก็รีบหยิบปืนตามมา เมื่อรู้เรื่อง… เธอเห็นคริสต์อุ้มยายเธอขึ้นรถ

คริสต์ขับรถออกมาก็ชนเข้ากับจอร์เจียน่า(ยายโรส)… คริสต์รู้ว่า นั่นอาจไม่ใช่จอร์เจียน่า แต่เขาก็ช่วยเธอเอาไว้อยู่ดี เขาอุ้มเธอที่สลบ มานั่งเบาะข้างๆและขับต่อ ซักพักจอร์เจียน่าตื่นขึ้นมาก็คลั่งและหักพวงมาลัยจนรถชนต้นไม้… และเธอก็ตาย… (สังเกตุว่าที่หน้าผากจอร์เจียน่ายังมีรอยแผลจากการผ่าตัดอยู่)เสียงปืนไล่ตามคริสต์มา เขาพยายามวิ่งหนี แต่เพราะบาดเจ็บจึงไม่ทัน วอลเตอร์(ปู่โรส) รีบวิ่งมาจับเขาไว้คริสต์นึกขึ้นได้จึงใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปวอลเตอร์ และแฟลชก็ทำให้วอลเตอร์เปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นและบอกกับโรสว่า ให้ฉันยิงเอง… โรสต์ก็คิดว่านั่นคือปู่เธอ ก็เลยยื่นปืนให้…


ทันใดนั้นวอลเตอร์ก็ยิงโรสที่ท้อง และหันมามองคริสต์ แล้วยิงหัวตัวเองตาย…. โรสยังไม่ตายก็พูดโน้มน้ามคริสต์ให้ช่วยเธอ… ด้วยความแค้น คริสต์พยายามบีบคอเธอ แต่สุดท้ายคริสต์ก็ทำไม่ลงและปล่อยมือ… ขณะที่รถตำรวจมาพอดี โรสเรียกตำรวจให้ช่วย คริสต์ก็ยกมือสองข้างขึ้น…


ปรากฏว่า คนที่ลงจากรถคือ ร็อด เพื่อนของคริสต์ (ร็อดคอยติดต่อโทรหาคริสต์ตลอด และโทรไปหาโรสและได้รู้ว่าโรสโกหก…  เขาไปแจ้งตำรวจแต่ไม่มีคนเชื่อ ก็เลยขับรถมาตามคริสต์เองซะเลย) ส่วนคริสต์ก็ไม่พูดอะไรและเดินไปขึ้นรถเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก… แล้วทั้งคู่ก็ขับรถจากไปและทิ้งให้โรสตายอย่างช้าๆ

แน่นอนว่าเราไม่รู้ว่าแอนเดรเป็นอย่างไรบ้าง แต่อย่างน้อย ครอบครัวผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้ก็ตายไปแล้ว…


“ตัวละคร”

– คริสต์ มีปมรู้สึกผิดเรื่องแม่ตายตลอด ที่แม่เขาถูกรถชนแล้วหนี มันหลอกหลอนเขามาตลอด… ฉากที่พวกเขาขับรถชนกวาง คริสต์เดินมาดูมันและมองด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ขณะที่โรสไม่ได้สนใจและเรียกคริสต์ให้กลับมา… และตอนที่เขาชนจอร์เจียน่า(ยายโรส) ขณะขับรถหนี เขาก็ยังไปอุ้มจอร์เจียน่าขึ้นมาด้วย (คาดว่ามันทำให้เขานึกถึงแม่ตอนถูกรถชน)

– โรส ตัวละครที่ทำเนียนได้ถึงวาระสุดท้าย… เธอตั้งใจไม่ให้คริสต์ยื่นใบขับขี่ให้ตำรวจตั้งแต่แรก เพราะจะทำให้ตำรวจสามารถระบุไอดีและจำได้ว่าอยู่กับโรสครั้งล่าสุด เวลาคริสต์หายตัวไป ในขณะที่คริสต์คิดว่าโรสพยายามปกป้องเขา…

– ปูู่และยายโรส… ปู่โรสเคยเป็นนักวิ่งมาราธอนเมื่อตอนหนุ่มๆ เขาได้ที่สองเพราะถูกชายผิวสีแซงเป็นที่หนึ่งไป… แม้เรื่องจะผ่านมานานเป็นชาติ ปู่โรสก็ยังติดใจเรื่องนี้มาตลอด และเขาคิดเสมอว่า อยากลองเป็นคนผิวสีมีกายภาพที่ดีกว่า… จะเห็นในฉาก คืนหนึ่งที่แกซ้อมวิ่งอย่างจริงจัง ขณะที่คริสต์ออกไปเดินเล่นข้างนอก… ยายโรสก็ดูเหมือนจะชอบร่างใหม่นี้มาก จากฉากที่จอร์เจียน่าชอบส่องกระจกดููตัวเองด้วยความหลงไหล

– ทุกคนที่ถูกสะกดจิต พวกเขาจะจมดิ่งลงสู่ความมืด และไม่สามารถออกมาได้ นอกจากจะใช้แฟลชดึงพวกเขาขึ้นมาได้เพียงชั่วคราว… เหมือนที่คริสต์ทำกับแอนเดร และวอลเตอร์… (แอนเดรคือคนที่โดนลักพาตัวมาตั้งแต่ฉากแรกของหนัง ตอนที่เขาเดินคนเดียวในที่มืดและเจอเรมี่ก็มาลักพาตัวเขาไป)

จอร์เจีย คือคนเดียวที่สามารถดึงตัวเองขึ้นมาได้ แสดงให้เห็นว่าเธอต่อสู้อย่างหนักที่จะเอาชนะยายโรส… จากหลายฉากอย่าง ฉากที่จอร์เจียน่าเสริฟน้ำชาให้คริสต์ แล้วอยู่ๆก็เหม่อลอยและกระตุกขึ้นมา… และฉากที่คริสต์พูดกับเธอว่า “ผมรู้สึกประหม่า เวลามีคนขาวรอบตัวมากเกินไป” ทำให้จอร์เจียน่า จากที่ยิ้มอยู่ กลายเป็นเศร้าทันที… และกกลับมายิ้มทั้งน้ำตา คือ…ที่ยิ้มน่าจะเป็นยายโรส แต่ที่ร้องไห้คือจอร์เจียน่าที่อยู่ข้างใน และฉากสุดท้าย ที่ตู้เสื้อผ้าเปิดทิ้งไว้ เป็นฝีมือจอร์เจียร์น่าที่จงใจเปิดทิ้งไว้หลังจากทำความสะอาดห้องพวกเขา เพื่อให้คริสต์มาเห็นรูปเก่าของโรสกับแฟนผิวสีอีกหลายคน…

อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่มากกว่าการปลูกถ่ายสมองหรือสะกดจิต แต่มันเป็นหนังที่ซ่อนไปด้วยข้อความเกี่ยวกับการเหยียดสีผิว และประวัติศาสตร์การค้าทาสของคนผิวสีมากมาย…


– กวาง… คือสัญลักษณ์ของคนผิวสีในเรื่อง ตอนที่พ่อโรสบอกว่า เขานั้นเกลียดพวกกวางมาก โดยเฉพาะกวางตัวผู้ เพราะพวกมันขยายพันธ์เร็วและทำลายระบบนิเวศ  เขาบอกถ้ามีโอกาสเห็นมันเมื่อไหร่ก็อยากจะฆ่ามันให้หมด… แต่ก็ตัดหัวมันมาแขวนฝาผนังโชว์… ก็เหมือนกับเรื่องนี้ที่พวกเขาเหมือนฆ่าคนผิวสี แต่ขโมยร่างกายพวกเขามานั่นอง ซึ่งสุดท้ายเขาก็โดนคริสต์เอาเขากวางเสียบจนตาย…

– ฝ้าย… อย่างที่เรารู้จักกันดีว่าสมัยคนผิวสีเป็นทาส พวกเขาส่วนมากต้องทำงานเก็บฝ้ายในไร่ให้เจ้านายอย่างสาหัส คือถ้าไม่เก็บก็ต้องตายหรือโดนเฆี่ยน เหมือนหนังเรื่อง 12 Years a Slave (2013) เป็นเรื่องราวของทาสผิวสีเก็บฝ้ายที่โหดร้ายมาก… ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็สื่อให้เห็นตอนที่คริสต์ต้องหยิบฝ้ายจากเก้าอี้นวมมาอุดหูไม่ให้ได้ยินเสียงเคาะถ้วยชา ทำให้เขารอดชีวิตมาได้…

– สีแดง – น้ำเงิน… ในงานปาร์ตี้ตอนที่เหล่าคนรวยมาดูตัวคริสต์ (เหมือนดูสินค้า) พวกเขาทุกคนต่างไส่เสื้อผ้าเครื่องประดับที่มีสีแดงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเนคไท ผ้าเช็ดหน้า หมวก กระโปรง ต่างหู แว่นตา สร้อยคอ… ทุกคนจะมีสีแดงติดตัว ส่วนคริสต์นั้นใส่เสื้อสีน้ำเงินคนเดียว (แม้กระทั่งโรสก็ยังใส่เสื้อสีแดง) ซึ่งสีน้ำเงินคือสีแห่งประชาธิปไตย ส่วนสีแดงเป็นสีของ replublican คือพวกอนุรักษ์นิยม สังคมนิยม ประมาณพวกกลุ่มคนรวยที่ชอบเหยียดเชื้อชาติอะไรแนวนี้…

– ปาร์ตี้ ฉากปาร์ตี้ปลอมๆที่จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนมาดูตัวคริสต์เหมือนมาดูสินค้าเพื่อการประมูล.. มันทำให้นึกถึงการประมูลค้าขายทาสคนผิวสีสมัยก่อน โดยในฉากนี้ทุกคนต้องมาแกล้งทำเป็นคุยกันต่อหน้าคริสต์ จะเห็นได้จากตอนที่ คริสต์ขึ้นไปบนห้องเพื่อโทรหาเพื่อน ทุกคนก็หยุดคุยและเหลียวมองตามคริสต์

ปล. ไอเดียวิเคราะห์เหล่านี้ได้มาจากเหล่าท็อปคอมเมนต์จากยูทูป และคลิปอธิบายบทสรุปจาก foundfix

มีความคิดเห็นกันยังไงแชร์กันได้ครับ ^ ^

Facebook Comments