กระทู้ฉายหนัง (สปอยล์ต้นจนจบ) The Conjuring 2 คนเรียกผี 2 (2016) (จากเรื่องจริง)  The Conjuring 2 (2016) on IMDb

• ปีที่ฉาย: 2016 • ผู้กำกับ: James Wan • ค่าย: New Line Cinema, Safran Company • นักแสดงนำ: Vera Farmiga, Patrick Wilson, Madison Wolfe.. • เรื่องย่อ: หลังจากสามีทิ้งไป กลายเป็นแม่ม่ายที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสี่คนคนเดียวด้วยความยากลำบาก และยังต้องพบความยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อจู่ ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ก็มีวิญญาณร้ายอาละวาด และเข้าสิง Janet สองสามีภรรยา Lorraine Warren และ  Ed ต้องไปช่วยเหลือครอบครัวฮ็อดจ์สันในอังกฤษแห่งนี้


“สารพัดเรื่องราวชวนผวาที่เราเคยเห็นมา ไม่มีอะไรเขย่าจิตใจเราได้อีก แต่รายนี้…ยังหลอกหลอนฉันอยู่”

สองเดือนก่อนที่พวก เอ๊ดและลอร์เรนจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นั้น..มีครอบครัวรัฐหนีออกจากบ้านกลางดึก

อ้างว่าบ้านพวกเขามีผีสิง ทางโบสถ์จึงติดต่อพวกเขามาเพื่อพิสูจน์ความจริง


เรื่องคือว่า… หนึ่งปีก่อนบ้านหลังนี้ มีชายคนหนึ่งสังหารโหดครอบครัวตัวเองอย่างโหดเหี้ยมในบ้านหลังนี้

พวกเขาจึงต้องมาค้นหาความจริงตามที่เขาให้การในศาลว่า เขาถูกบางสิ่งบังคับให้ทำเช่นนั้น


ลอร์เลนได้ถอดจิตสำรวจในบ้านนั้น เธอเห็นชายคนนั้นยิงสังสารภรรยาและลูกของเขาทุกคนขณะนอนหลับ แต่นั้นไม่มีผลอะไรกับเธอ…จนกระทั่งวิญญาณทั้งหมดนำเธอไปพบกับบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า…


นั่นคือปีศาจที่ครอบงำให้ชายคนนั้นฆ่าครอบครัวเขานั้นเอง… และยิ่งกว่านั้นเธอยังเห็นภาพเอ๊ดคอหักตาย

ทำให้เธอตื่นขึ้นด้วยควมช็อคและร้องไห้อย่างหนัก… เธอบอกกับเอ๊ดว่า “ฉันว่านี่มันไกล้เคียงนรกที่สุดแล้ว”


หลังจากที่เอ๊ดและลอร์เลนสืบคดีบ้านหลังนี้ ทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าสื่อของสารธรณะ…ขณะนั้นเอง

มีบ้านผีสิงหลังหนึ่งคล้ายกันกับเคสนี้ ในประเทศอังกฤษ…จึงทำให้เอ๊ดและลอร์เลนต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


ย้อนเวลากลับมา.. ณ บ้านฮอดจ์ซัน เอ็นฟิลด์ ในลอนดอน ปี 1977 ในขณะที่ทุกอย่างยังปกติ…

แม่ม่ายที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้ง 4 ตัวคนเดียว และกำลังเผชิญปัญหาค่าไช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัวไม่พอ


เรื่องเริ่มจากเจเน็ตลูกสาวคนเล็กเล่นกระดานผีถ้วยแก้วกับพี่สาวก่อนนอน เป็นกระดาษที่เธอทำกับเพื่อนที่โรงเรียนเอง…ทั้งคู่เรียกหาวิญญาณ เพราะเจเน็ตต้องการถามเรื่องพ่อ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้เจเน็ตผิดหวัง

พี่สาวปลอบเธอว่า “ไม่ต้องไปสนใจหรอก ก็แค่เกมส์โง่ๆ ของไม่จริง” แล้วเจเน็ตก็เก็บไว้ใต้เตียงเธอ


แต่แล้วกลางดึกคืนนั้น เจเน็ตตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยูในห้องนั่งเล่น ข้างโซฟา

พี่สาวเห็นเจเน็ตเดินกลับมาที่ห้องก็คิดว่า เจเน็ตแค่เดินละเมอ


คืนต่อมา ขณะที่เจเน็ตละเมอพูดขณะหลับอยู่ว่า “ไม่นะ ไม่นะ ช่วยด้วย ได้โปรด…”

แต่แล้วซักพัก เจเน็ตก็ลุกนั่่งบนเตียง แล้วมีเสียงพูดเป็นเสียงชายแก่มาจากเจเน็ตว่า “ออกไปซะ! นี่ไม่ใช่บ้านแก”

เสียงเจเน็ตตอบว่า “ไม่นะ คุณมาทำอะไรที่นี่!” เสียงชายแก่ตอบ “มาเล่นเกมส์กับบิลลี่”

เจเน็ตเอาแต่ตอบว่า “ไม่นะ ไม่นะ” ขณะที่พี่สาวลุกไปปลุกเจเน็ต แล้วทั้งสองก็หลับต่อ


ขณะที่บิลลี่เดินลงมาดื่มน้ำกลางดึก ก็เดินชนรถของเล่น บิลลี่แตะกลับเข้าเต้นเด็กเล่นไป แต่รถกลับวิ่งกลับมาหาบิลลี่ลองอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเสียงชายแก่ตะโกนด้วย บิลลี่จึงรีบวิ่งไปเรียกแม่

แม่พาบิลลี่มาดูอีกครั้ง เพื่อให้บิลลี่แน่ใจว่าไม่มีผี “เห็นมั้ย ไม่มีอะไร ก็แค่ฝันร้าย เท่านั้นเอง”


ขณะนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากชั้นล่าง แม่จึงบอกให้บิลลี่กลับไปห้องนอน

แม่ลงมาดูกลับพบ เจเน็ต นั่งบนโซฟาโยก “โอ่พระเจ้าช่วย ลูกเกือบทำแม่หัวใจวาย ลูกมาทำอะไรตรงนี้”

เจเน็ตตอบ “สงสัยหนูนอนละเมออีกแล้ว” แม่ถาม “หมายความว่าไง อีกแล้ว” จากนั้นก็พาเจเน็ตขึ้นไปนอน


เช้าวันต่อมา เจเน็ตเป็นไข้หวัดเลยหยุดโรงเรียน ขณะที่นั่งดูทีวีอยู่นั้น รีโมตที่เธอวางไว้ข้างๆก็หายไปวางอยู่บนโซฟานั้น… แต่อยู่ๆ ทีวีก็เสีย เจเน็ตจึงพยายามทุบทีวี ซักพัก ทีวีดับ แต่เห็นเงาสะท้อนเป็นชายแก่นั่งอยู่บนโซฟาด้านหลังถือรีโมตอยู่ พอหันไปดู ตาแก่กลับหายไป แล้วรีโมตก็ตกลงพื้น เจเน็ตช็อค และทำอะไรไม่ถูก


ตู้มม!!! “ออกไปจากบ้านข้า!!” เจเน็ตกรีดร้องลั่น


ตัดฉากมาฝั่ง เอ๊ดและลอร์เลน… เอ๊ด นอนไม่หลับ เขาจึงลุกวาดภาพ เอ๊ดบอกว่า เห็นรูปนี้ในความฝัน

พอลอร์เลนเห็นรูปนี้ เธอก็เดินหนีทันที ลอร์เลนบอกเอ๊ดว่า

“เราต้องหยุด… เรายังเป็นวิทยากรได้ แต่ไม่รับคดีใหม่…อย่างน้อยก็ซักพักนึง”

เอ๊ดถามว่าทำไม ลอร์เลนไม่ตอบ บอกแต่ว่าขอให้ไว้ใจฉัน


ตัดฉากมาที่เจเน็ต คเธอผูกเชือกที่ข้อมือตัวเองกับเตียงก่อนนอน

ตกดึก เจเน็ตพบว่าตัวเองตกจากเตียง…แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น…เจเน็ตแกะเชือกออกจากข้อมือตัวเอง

แล้วหยิบไฟฉายเดินสำรวจ จนมาเห็นโซฟาโยกเยกอยู่ เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องนอนแล้วเอาเก้าอี้ดันประตูไว้

จากนั้นก็นอนคลุมโปงด้วยความกลัว แต่ไม่ทันใด เก้าอี้ก็มาอยู่ข้างเธอ และประตูก็เปิดออก

เจเน็ตรีบคลุมโปงด้วยความกลัวจนตัวสั่น…


ตู้ม! ผ้าปลิวออกอย่างรวดเร็ว เจเน็ตร้องลั่น จนพี่สาวตื่นแล้วถามว่าเป็นอะไร เจเน็ตตอบ “มีใครก็ไม่รู้อยู่ในห้อง”

พี่สาวตอบ “อะไรนะ! ไม่เห็นมีใครเลย เธอพูดเรื่องอะไรกัน” ไม่ทันใด เตียงทั้งสองก็สั่นอย่างแรง


ทั้งคู่รีบวิ่งไปฟ้องแม่ เจเน็ตโชว์รอยกัดให้แม่ดูว่านี่เรื่องจริง แม่จึงรีบไปดูที่ห้องนอนลูก เปิดตู้เสื้อผ้า ส่องดูใต้เตียง ทำให้แม่เจอกระดาษผีถ้วยแก้วที่เจเน็ตซ่อนไว้ใต้เตียง

“นี่พวกลูกเล่นกระดานผีนี่ ใช่มั้ย!…กระจะแกล้งกันใช่รีเปล่า!? ให้แม่หลับสบายซักคืนนึงได้มั้ย!”

“แต่แม่คะ”……………. “ไม่ ไม่! แม่ไม่อยากฟังแม้แต่คำเดียว กลับไปนอนกันได้แล้ว!”


ทันใดนั้นตู้ลิ้นชักก็เลื่อนไปปิดประตู ตู้มม!!


(เผ่นสิครับ! รออะไร….)


ทุกคนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านตรงข้าม และพยายามอธิบายให้ฟัง สามีเพื่อนบ้านไปดู แต่เขาไม่พบใคร


ซักพักหมาก็เดินไปสั่นกระดิ่ง บิลลี่ถาม มันทำอะไรน่ะฮะ

“อ๋อ เราสอนให้มันสั่นกระดิ่งเวลามันอยากออกไปน่ะ” บิลลี่จึงเปิดประตูให้มันออกไป


และตำรวจก็มาพอดี พวกเขาค้นดูทุกที่… พวกตำรวจคิดว่า เด็กๆเล่นแกล้งกันเอง

…แต่ซักพักก็ ก็มีเสียงดังมากจากชั้นบน พวกเขาพยายามส่องดู และฟัง “มันใช่หนูรึเปล่า”

แม่ตอบ “มันคงเป็นหนูยักษ์แล้วล่ะ”ซักพักเก้าอี้ก็เลื่อนเองต่อหน้าต่อตาทุกคนแล้วมาหยุดตรงโต๊ะ


ตำรวจรีบเผ่นออกมาก่อนใครทันใด

“เราช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้หรอกครับ…เราจะลงบันทึกประจำวัน และจะเป็นพยานให้ถ้ามีคนถาม…

เรื่องนี้มันเกินความสามารถของเรา ฉันจะช่วยถามพระที่โบสถ์ให้”


ตัดฉากมาที่ครอบครัว ลอร์เลน ขณะที่เธอกำลังพักผ่อนอยู่กับลูกสาว ขณะนั้นมีเงาบางอย่างผ่านหลังลูกสาวเธอ

เธอจึงตามไปดูเและต้องเจอกับ…เจ้าเดิม…


ลอร์เลนบอกให้ลูกไปหลบ และลอร์เลนก็ตามปีศาจนั้นไปเรื่อยๆ จนไปถึงห้องที่เอ๊ดวาดภาพปีศาจนั้น

ปีศาจสิงรูปภาพ และพุ่งชนลอร์เลนไปสู่อีกที่หนึ่ง ลอร์เลนตะโกนถาม “แกเป็นใคร!!! “

ปีศาจตะโกนบอกชื่ออย่างน่ากลัว


กลายเป็นว่าลอร์เลนอยู่ในความฝัน เธอเขียนชื่อปีศาจลงในหนังสือทั้งๆที่หลับอยู่

ปีศาจก็ชี้ให้เธอเห็นภาพสามีเธอถูกตอไม้ปักอกตาย แล้วเธอก็ตื่นขึ้นจากความฝัน


ฉากตัดมาที่ลอนดอน ขณะที่นักข่าวมาขอทำข่าว พวกเขาเข้ามาสัมภาษณ์เจเน็ตและพี่สาวเธอ

ทุกคนพยายามถามวิญญาณที่อยู่ในบ้านแต่ไม่มีเสียงตอบรับ


จนกระทั่ง เจเน็ตมีอาการแปลกไป เธอพูดเป็นเสียงคนแก่ว่า”เลิกเรียกข้าว่าเจเน็ต…เจเน็ตหลับแล้ว”

“ข้าชื่อ บิล  อายุ 72 ปี! นี่คือบ้านเก่าเขา ข้านอนหลับไป และตายที่เก้าอี้มุมห้องนี้”

“ทำไมคุณไม่ไปจากนี่”

“ข้าชอบฟังเสียงพวกมันกรีดร้อง” และตาแก่ก็หัวเราะออกมา

แม่เจเน็ตพูด “ทำไมแกไม่ปล่อยเราไปซักที!” ตาแกตอบ “หุบปากซะนังวัวแก่”

เจเน็ตตื่นขึ้น “หนูขอโทษ” แล้วเธอก็วิ่งขึ้นบนห้อง


ข่าวแพร่ไปทั่วเมือง


คืนนั้นขณะที่ทุกคนนอนหลับในบ้านเพื่อนบ้านนั้น บิลลี่ได้ยินเสียงบางอย่างจึงลุกไปดู

เจ้าหมานั่งอยู่หน้าประตูสั่นกระดิ่งอีก บิลลี่คิดว่ามันอยากออกไป เขาจึงเปิดประตูให้มัน


แต่ทันใดนั้นหมาก็กลายเป็นปีศาจตัวคดงอ


บิลลี่รีบวิ่งไปปลุกแม่และทุกคน ทุกคนงงว่าคืออะไร และมันคือ เจเน็ตที่ถูกสิงนั่นเอง

ข้าวของปลิวทั่วบ้าน ทุกคนต่างหลบหนี จากนนั้น เจเน็ตก็สลบไป


ตัดฉากมาที่นักข่าวเอาเทปบันทึกเสียงของชายแก่คนหนึ่งที่ถูกอัดไว้ มาให้เอ๊ดกับลอร์เลนฟัง


หลังจากที่พวกเขาปรึกษากันว่าจะรับเคสนี้หรือไม่ เพราะลอร์เลนกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเอ๊ดเหมือนในภาพที่เห็นแต่เอ๊ดกล่อมลอร์เลนว่าพวกเราต้องช่วยพวกเขา เอ๊ดและลอร์เลนจึงเดินทางมายังบ้านครอบครัวนี้


พวกเขาเริ่มจากการสำรวจบ้าน แล้วลอร์เลนก็มาคุยกับเจเน็ต

ตอนแรกนั้นเจเน็ตไม่ยอมพูดกับลอร์เลนเลย ลอร์เลนจึงเล่าเรื่องราวตอนเด็กให้เจเน็ตฟังว่า

vlcsnap-2016-10-12-15h58m20s193


“ตอนฉันอายุเท่าหนู ชั้นไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล…และฉันเห็นยมทูต แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อชั้น แต่ฉันรู้ว่ามันจริง”

“เพราะงั้นชั้นรู้ว่ามันเป็นยังไง ชั้นรู้ว่าการเสียเพื่อนเป็นยังไง ” ลอเรนพยายามทำให้เจเน็ตเปิดใจคุย

เจเน็ตถามว่าคุณจะเชื่อใจใครได้ยังไง ลอร์เลนบอกว่า มันยาก แต่ในที่สุดเธอก็เจอคนหนึ่งที่เชื่อเธอ..เอ๊ดนั่นเอง

vlcsnap-2016-10-12-16h07m26s998


เจเน็ตเริ่มเล่าให้ฟังว่า เธอเหนื่อยมาก แต่ละวันเธอแทบไม่ได้นอน และทุกคนหวาดกลัวเธอ

ลอร์เลนเริ่มถามเจเน็ต “มันพูดกับเธอคนเดียวใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ”

“เหมือนมันดังมาจากตัวหนูรึเปล่า”

“เหมือนมันดังมาจากข้างหลังหนู เหมือนหนูถูกไช้”


ถึงเวลาการถ่ายวิดิโอไว้ขณะที่เจเน็ตพูด แต่ครั้งนี้ให้เจเน็ต อมน้ำไว้ตอนพูด เพราะต้องพิสูจน์ให้คนรู้ว่าเจเน็ตไม่ได้โกหก เอ๊ดถามหาวิญญาณ แต่เจเน็ตบอกว่า “มันจะไม่พูดกับคุณถ้าพวกคุณจ้องมองหนู”


ทุกคนจึงหันหลัง และเสียงชายแก่ก็ปรากฏขึ้น..มันพยายามกวนตีนเอ๊ด เอ๊ดจึงเข้าเรื่องว่า

“ทำไมคุณไม่ปล่อยคนพวกนี้ซักที”

“เพราะนี่คือบ้านข้า ข้ามาหาครอบครัวข้า”

“ครอบครัวคุณตายไปแล้ว ทำไมคุณไม่ไปสวรรค์ล่ะ”

“เพราะข้าไม่เชื่อว่าสวรรค์มีจริง”

“รู้อะไรมั้ย ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเชื่อมั้ย แต่ดูนี่” แล้วเอ๊ดก็ยื่นสร้อยกางเขนต่อหน้าชายแก่

ชายแก่ร้องโอดโอย และพูดแบบไม่รู้เรื่องขึ้นว่า “ปล่อย…ไป….ปล่อย…ปล่อยมันไปที….” แล้วเจเน็ตก็ตื่น


เอ๊ดถามลอร์เลนว่า คุณรู้สึกว่ามีจริงมั้ย ลอร์เลนตอบว่า ไม่ รู้สึกตรงกันข้าม ไม่รู้สึกว่ามีอะไรเลย

“ชั้นก็อยากจะเชื่อพวกเขานะหลังจากได้ยินเสียงนั้น ฉันสำผัสได้ถึงความกลัวของพวกเขา

ไม่รู้สึกว่ามีอะไรนอกจากนั้นเลย”   แล้วทุกคนก็หลับ


ทางด้านเจเน็ตและแม่ที่กำลังจะนอน… ครั้งนี้เธอผูกตัวเองแน่นหนากว่าเดิม เจเน็ตบอกแม่ว่า มันช่วยให้หลับ

เจเน็ตตื่นมาอีกทีพบตัวเองนอนติดอยู่บนเพดานอยู่ในห้องนั่งเล่น และชายแก่ก็นั่งอยู่ที่โซฟาโยกเยกนั่น

เจเน็ตพยายามดิ้นหนี ขณะที่ชายแก่เดินขึ้นบันไดไป


ซักพักเจเน็ตก็โผล่ขึ้นไปในห้องนอนเก่าเธอซึ่งตามพนังเด็มไปด้วยไม้กางเขน แล้วไม้กางเขนก็เริ่มสั่น และกลับหัวทีละอัน (ไม้กางเขนกลับหัวคือสัญลักษ์ของปีศาจ)


ตู้ม!


เจเน็ตร้องลั่น แม่ตื่น แล้วรีบลงไปเปิดประตูให้เจเน็ต แต่ห้องนั้นเมื่อก่อนแม่เจเน็ตล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยโซ่

พยายามดึงโซ่ออก แต่ไม่ได้ผล ขณะที่เจเน็ตร้องให้ช่วย แต่แล้วเจเน็ตก็ถูกกระชากไป


แม่เห็นชายแก่ในห้อง เธอร้องลั่น… เอ๊ดและลอร์เลนตื่นและรีบวิ่งมาช่วยงัดห้อง

ลอร์เลนส่องเห็น เจเน็ตถูกผ้าม่านรัดคอ เธอตะโกน “เร็วเข้า!!!”

แม่เจอกุญแกและเปิดห้องได้ ทุกคนรีบวิ่งมาช่วยเจเน็ต แล้วไม้กางเขนก็หมุนกลับอยู่ในสภาพเดิม


ฉากตัดมาที่ เอ๊ดและลอร์เลน กำลังปรึกษากับคนอื่น ซึ่งพวกเขาคิดว่า เจเน็ตแต่งเรื่องหลอก และโกหกทุกอย่าง

ลุงแว่นพยายามโชว์หลักฐานทั้ง รอยกัด หรือตัวลอย หรือประวัติชายแก่ และเรื่องหายตัว

แต่ยายป้าอีกคนก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เพราะนางเคยโดนหลอกมาก่อน

ทุกคนเลยตัดสินใจว่า ต้องติดตั้งกล้องวิดิโอไว้ในบ้านเพื่อจะได้รู้ความจริง


โดยขณะที่รอกล้องนั้น เอ๊ดและลอร์เลนจะช่วยให้ครอบครัวกลับมามีความสุุขเหมือนเดิมอีกครั้ง

ลอร์เลนและเอ๊ด ซื้อแผ่นเพลงมาให้พวกเขา และเจเน็ตก็ได้เจอพี่น้องอีกครั้งหลังจากแยกกันอยู่มานาน


ลอร์เลนถามเด็กๆว่า ที่โรงเรียนมีใครถูกรังแกบ้างไหม เจเน็ตบอก บิลลี่โดนบ่อย แต่มีพี่ๆคอยปกป้อง

เอ๊ดบอกว่า ก็เหมือนกับวิญญาณในบ้านนี้ที่รังแกเจเน็ต และทุกคนต้องช่วยกันปกป้องเธอ

ว่าแล้วเอ๊ดก็เปิดแผ่นเพลง แต่เครื่องเล่นเสีย เขาจึงเล่นกีต้าแทน…ทุกคนยิ้มและหัวเราะ


ทีมงานเริ่มติดตั้งกล้องในและนอกบ้าน ขณะที่เอ๊ดซ่อมก๊อกน้ำ และคุยกับเจเน็ตนั้น เอ๊ดเล่าให้เจเน็ตฟังว่า

สมัยเด็กเขาเคยถูกผีดึงจากใต้เตียง เขากลัวแทบตายแต่ พ่อเขาไม่เชื่อ

แต่ให้สร้อยกางเขนเขาไว้ เขาจึงไล่ผีใต้เตียงด้วยไม้กางเขนนั้น..มีคนเดียวที่เชื่อเขา นั่นคือ ลอร์เลนนั่นเอง


ขณะที่ลอร์เลนคุยกับลุงแว่น คนที่เชื่อเรื่องนี้อย่างสุดใจ เขาเล่าให้ฟังว่าลูกสาวเขาตายเมื่อหลายปีก่อน

และหลังจากนั้นเขาก็เจอเหตุการณ์แปลกๆ เขาคิดว่าลูกสาวพยายามติดต่อกับเขา

“มันคงจะดีถ้าพิสูจย์ให้โลกรู้ว่าชีวิตหลังความตายมีจริง..และจะช่วยได้มากถ้าทำให้รู้ว่าลูกสาวผมอยู่ไหนซักแห่ง”


ขณะที่เด็กๆกำลังตกแต่งต้นคริสต์มาสต์อยู่นั้น เจเน็ตได้ยินเสียงบางอย่างจากห้องครัว

จอร์นนี่เดินไปดูอย่างกล้าหาญขณะที่พี่ๆห้าม แต่จอร์นนี่ตอบว่า

“จำที่คุณเอ๊ดบอกเราได้มั้ย อย่าให้มันรังแกเรา นี่มันบ้านของเรา” จอร์นนี่เดินเข้าไปกลับพบอย่างที่เห็น


ซักพักเสียงพี่สาวกรี๊ด และเจเน็ตหายตัวไป จอร์นนี่หันมาเจอเจเน็ตถือมีดอยู่ข้างๆ แล้วประตูห้องก็ปิด


เสียงร้องลั่นบ้าน ผู้ใหญ่ทุกคนรีบมา แต่ประตูห้องครัวล็อค พอเปิดได้ สภาพบ้านกลับเละ

แม่เจอจอร์นนี่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่เจเน็ตหายตัวไป


ทุกคนต่างตามหา และเจอเจเน็ตอยู่ในตู้แคบๆ เอ๊ดยื่นสร้อยกางเขนใส่ แล้วเจเน็ตก็สลบไป


ทุกคนเอาเจเน็ตมานอนพักที่โซฟา ซักพัก ยัยป้าก็มาเรียกทุกคนให้มาดูวิดิโอที่อัดได้จากห้องครัว

ซึ่งในวิดิโอแสดงให้เห็นว่าเจเน็ตยกโต๊ะและขว้างทำลายของในห้องครัว รวมทั้งบิดช้อนด้วยมือ


ทุกคนคิดว่าเจเน็ตและแม่วางแผนทำเรื่องนี้ทั้งหมดเพราะหลอกเอาเงิน แต่ลอร์เลนกับเอ๊ดบอกว่า เราก็อยากจะช่วยต่อ แต่ถ้าคลิปนี้ไปถึงโบสถ์มันต้องแย่มาก ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องล้มเลิกภารกิจและจากไป…


ลุงแว่นพูดกับลอร์เลนว่า บางทีคุณน่าจะติดต่อวิญญาณได้นะ…

ลอร์เลนตอบว่า “ไม่ได้ค่ะ ฉันพยายามแล้ว ฉันไม่สัมผัสถึงวิญญาณที่นี่เลย”


ขณะที่เจเน็ตนั่งอยู่นั้น บิลลี่และพี่สาวก็มาถามว่า “เธอแกล้งทำจริงเหรอ ทำไมทำงั้นล่ะ…”

“มันบอกว่ามันจะฆ่าพวกเธอด้วย… ถ้าฉันไม่ทำให้พวกเขาไปจากที่นี่”


หลังจากพวกเอ๊ดและลอร์เลนกำลังขึ้นรถไฟนั้น พวกเขารู้สึกว่ามันแปลกไป

ว่าทำไมเจเน็ตต้องพังของแต่ห้องที่มีกล้องจับอยู่ เอ๊ดจึงนึกอะไรได้ เขาเปิดเทปที่อัดไว้อีกครั้ง

เอ็ดเปิดเทปเสียงทั้งสองพร้อมกัน เสียงชายแก่รวมกันจากเทปทั้งสองได้ใจความว่า

“ช่วยข้า..มัน..ไม่ปล่อย..ข้าไป”

ทันใดนั้น ลอร์เลนก็โดนอะไรบางอย่างพุ่งชน


และเธอก็เข้าอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องนั่งเล่นในบ้านของเจเน็ต

ชายแก่นั่งอยู่ที่โซฟานั้น พร้อมมีเครื่องช่วยหายใจ ชายแก่พูดว่า

“ข้ามาที่นี่เพื่อมาหาครอบครัว แต่พวกเค้าไม่อยู่แล้ว..ข้าอยากจะไปแล้ว..แต่ไปไม่ได้…”

“ทำไม?” ลอร์เลนถาม


“มันต้องการเธออย่างรุนแรง…มันเกือบจะได้เธอแล้ว”

ลอร์เลนถามต่อ “บอกซิจะหยุดมันยังไง”

“ข้าเป็นผู้ให้ และข้าเป็นผู้รับ..ข้าอยู่ในลมหายใจแรกของเธอ..เธอไม่ได้ร้องขอข้า แต่ข้าจะตามเธอไป จนวันตาย”

“หมายความว่าไง ชั้นไม่เข้าใจ”


ตู้ม!!


ตู้ม!!!!


ลอร์เลนตื่นขึ้นด้วยความผวา เลือดกำเดาไหล และร้องไห้ ลอร์เลนบอกเอ๊ดว่า

“ชายแก่นั้นเป็นแค่เบี้ย หรือทาสของซาตาน ที่ทำให้เจเน็ตจิตใจอ่อนแอ…เราต้องรีบกลับไปที่บ้านหลังนั้น”


ขณะที่ทางบ้านเจเน็ตกำลังเกิดเรื่อง แต่คราวนี้เริ่มทำร้ายสมาชิกในครอบครัว


แม่บอกให้เด็กๆทุกคนออกไปจากบ้านหลังนี้…แต่ขณะที่แม่กำลังจะกลับเข้าบ้านนั้น ประตูบ้านก็ปิด


ขณะเพื่อนบ้านขับรถนั้น ลอร์เลนและเอ๊ดพยายามอธิบายว่า

“วิญญานชายแก่บังตาไม่ให้เราเห็นปีศาจในบ้าน…ชายแก่ติดต่อเราไม่ได้ถ้าเราไม่ออกจากบ้านนั้น”

“ชายแก่คนนั้นเขาอยากช่วยชั้น แต่เขากลัวเกินไป เขาเลยได้แต่พูดเป็นคำปริศนา”

“ปีศาจตนนี้มีอำนาจมากพอที่จะบดบังตาลอร์เลนได้..เราต้องพาเจเน็ตไปที่โบสถ์ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ”


ทุกตนพยายามพังประตูบ้าน แต่ไม่ได้ผล เอ๊ดจึงต้องเข้าทางหลังบ้าน ลอร์เลนบอกแม่เด็กและทุกคนไปรอในรถ จากนั้นเธอก็ตามเอ๊ดไป เอ๊ดเข้าไปในบ้าน ขณะที่ลอร์เลนกำลังจะเข้าไป แต่ประตูปิดก่อน…


ลอร์เลนบอกให้เอ๊ดรอเธอ แต่เอ๊ดไม่รอเพราะเป็นห่วงเจเน็ต…ลอร์เลนบอกเอ๊ดเรื่องที่เธอเห็นนิมิตการตายของเอ๊ด

มันทำให้เธอกลัวมาก แต่เอ๊ดสัญญาว่าเขาจะไม่เป็นไร


ขณะที่เอ๊ดเข้าไปนั้น มีแก๊สร้อนพุ่งไส่ตา ทำให้เขามองเห็นไม่ชัด แต่เขาก็ยังพยายามคลำทางไป

ขณะเสียงเจเน็ตร้องให้ช่วยเป็นระยะ


ขณะที่เพื่อนบ้านกำลังช่วยทุบประตู และลอร์เลนพยายามนึกชื่อของปีศาจ เธอตะโกนด้วยความโกรธ

“แกชื่ออะไร!!!” ลอร์เลนจำได้ตอนที่ปีศาจขานชื่อและเธอจดลงในหนังสือไบเบิ้ล

ลอร์เลนรีบวิ่งไปหาหนังสือไบเบิ้ลเล่มนั้น และเธอก็ได้ชื่อของปีศาจมา นั่นคือ วาลิค


แต่ขณะที่เธอกำลังวิ่งไปที่บ้าน ฟ้าก็ผ่าลงต้นไม้เหลือเป็นตอแหลม ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ลอร์เลนเห็นมันปักอกเอ๊ด


เอ๊ดถูกตามไล่ฆ่าจากชายแก่หลังคดงอ จากของเล่นของเด็กๆ


เอ๊ดวิ่งขึ้นมาเจอ เจเน็ตกำลังจะโดดหน้าต่าง


เอ๊ดรีบวิ่งไปคว้าเจเน็ตได้ทันพอดี


และผ้าม่านที่เอ๊ดคว้าไว้กำลังจะหลุดนั้น ลอร์เลนวิ่งขึ้นมาพอดี ขณะที่กำลังจะช่วยเอ๊ดนั้น ปีศาจก็ขวางลอร์เลนไว้

ลอร์เลนรีบท่องมนต์ไล่ปีศาจทันทีเพราะรู้ชื่อมันแล้ว “ข้าขอส่งเจ้ากลับสู่ขุมนรก!!!!!!!!!!!!!!”


แล้วปีศาจก็เริ่มสลายไป


ขณะที่เอ๊ดกำลังจะตก ลอร์เลนไว้ไปคว่้าแขนไว้ทัน และทุกคนก็ปลอดภัย


เช้ารุ่งขึ้นรถพยาบาลและเพื่อนบ้านมาดู แม่และเจเน็ตขอบคุณเอ๊ดและลอร์เลนที่ช่วยพวกเขาไว้

เอ๊ดเอาสร้อยกางเขนให้เจเน็ต

“กางเขนนี้ปกป้องชั้นตั้งแต่เด็ก…ฉันอยากให้เธอเก็บไว้ และในอนาคตให้คนที่ต้องการมันต่อไป”


บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในคดีสยองสุดที่มีการบันทึกในเรื่องเหนือธรรมชาติ


เพกกี้ แม่ของเจเน็ต อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดชีวิตของเธอ

ปี 2003 เธอเสียชีวิตเงียบๆขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้นี้ในห้องนั่งเล่น ที่เดียวกับที่ บิลตายเมื่อ 40 ปีที่แล้ว


ตัดฉากมาที่เอ๊ดอยู่ในห้องสะสมของที่ระลึกจากเคสต่างๆ ครั้งนี้เขาได้ เจ้านี่มา…

ของเล่นหมุน ชายตัวคดงอที่ไล่ฆ่าเขาในบ้านหลังนั้นนั่นเอง


และก็จบด้วยทั้งสองเต้นรำกัน


โดยผู้กำกับ เจมส์ วาน


ครอบครัวฮอดจ์ซัน ในชีวิตจริง


เอ๊ดและลอร์เลนในชีวิตจริง



เด็กๆบ้านฮอดจ์ซัน




เอ็ด


ลอร๋เลน


แม่เจเน็ต


เจเน็ต


ลุงแว่นกับเจเน็ต


Facebook Comments